ดอกมะลิ
ตัวแทนแห่งรักบริสุทธิ์
ดอกไม้แห่งจอมเทพ
ก่อนอื่นขอเล่าก่อนว่า ดอกมะลิไม่ได้เป็นดอกไม้พื้นเมืองของไทยสันนิษฐานว่าน่าจะนำเข้ามาจากอินเดียตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ( พร้อมกับการเผยแผ่ศาสนาพุทธ ) เพราะถิ่นกำเนิดของดอกมะลิอยู่แถบเทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาหิมาลัยนี้บางตำนานก็ว่าเป็นที่ประทับของพระนารายณ์ หนึ่งในสามเทพตรีมูรติตามความเชื่อพราหมณ์-ฮินดู ชาวอินเดียก็เลยถือว่าดอกมะลิเป็นดอกไม้ประจำองค์พระนารายณ์ เวลาทำพิธีบูชาพระนารายณ์ก็จะใช้ดอกมะลิเป็นของถวายหลัก เช่น เมื่อทำพิธีสรงสนานเทวรูปของพระองค์ก็จะนำดอกมะลิลอยในน้ำที่ใช้สรง
ลูกศรแห่งรักบริสุทธิ์
นอกจากพระนารายณ์ เทพเจ้าพราหมณ์-ฮินดูอีกองค์ที่มีความเกี่ยวข้องกับดอกมะลิอย่างมากก็คือเทพแห่งความรักหรือ พระกามเทพ หลายคนคงคุ้นเคยกับเทพอิรอสหรือคิวปิด กามเทพตามตำนานกรีก-โรมันที่ใช่ลูกศรยิงใส่คนสองตนให้รักกันใช่ไหมค่ะ กามเทพของพราหมณ์-ฮินดูก็ไม่ต่างกัน คือทำให้คนรักกันด้วยการยิงศรใส่เหมือนกัน ถึงแม้จะมีศรเหมือนกัน แต่กามเทพของสองตำนานก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว กามเทพคิวปิดนั่นบางครั้งก็ปรากฏกายในรูปเด็กน้อยมีปีก บางครั้งก็เป็นหนุ่มหล่อ ส่วนกามเทพฮินดูนี่อยู่ในร่างของชายหนุ่ม มีนกแก้วเป็นพาหนะ คันศรทำจากต้นอ้อย และที่สำคัญ หัวลูกศรของกามเทพฮินดูไม่ได้เป็นโลหะปลายแหลมแต่เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง จะดอกอะไรถ้าไม่ใช่ดอกมะลิ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะคติความเชื่ออินเดียแต่โบราณถือเอาดอกมะลิเป็นตัวแทนความรักที่บริสุทธิ์ รักที่จริงใจศรรักที่พระกามเทพยิงใส่คู่รักก็เป็นการบอกให้คนทั้งคู่รักกันด้วยใจบริสุทธิ์และจริงใจต่อกันนั้นเอง
ดอกไม้ที่เบ่งบานยามราตรี
คงกำลังนึกแย้งในใจใช่ไหมค่ะว่า ดอกมะลิบานทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้บานเฉพาะกลางคืนสักหน่อย ขอบอกว่าดอกมะลิบานยามราตรีจริงๆ ค่ะแต่เป็นดอกมะลิ Night blooming jasmine หรือ ดอกกรรณิการ์ ค่ะ และสาเหตุที่ดอกกรรณิการ์บานตอนกลางคืนนั้น ก็มีเรื่องเล่าจากอินเดียโบรา๊ณตำนานหนึ่งว่า มีเจ้าหญิงองค์หนึ่งทรงตกหลุมรักสุริยเทพหรือพระอาทิตย์ตามที่เรารู้จักกัน แต่สุริยเทพไม่รักตอบ เจ้าหญิงผู้พระทัยสลายเพราะอกหักก็เลยปลงพระชนม์ตนเอง หลังพิธีศพ ข้าราชบริพารก็โปรยเถ้าพระอัฐของพระองค์ไปบนผืนดิน และดอกกรรณิการ์ก็ถือกำเนิดขึ้นจากเถ้าพระอับของเจ้าหญิง ด้วยความที่ยัง " งอน " สุริยเทพไม่หาย เจ้าหญิงในร่างของดอกกรรณิการ์จึงหุบกลีบใจตอนกลางวัน เพราะไม่ต้องการทอดพระเนตรเห็นดวงอาทิตย์ที่เป็นร่างทรงของสุริยเทพ และจะแย้มกลีบเพื่อดูโลกเวลากลางคืนเมื่อสุริยเทพไม่ได้ประทับอยู่บนท้องฟ้า เพราะเหตุนี้ ดอกกรรณิการ์จึงบานและส่งกลิ่นหอมเฉพาะยามกลางคืน
ของขวัญจากพระเจ้า
เดินจากอินเดียมาเล็กน้อยมาทางตะวันออกกลาง ก็พบความเชื่อเกี่ยวกับดอกมะลิ คำว่า จัสมิน ( jasmine ) ที่เป็นชื่อภาษาอังกฤษของมะลิ มีที่มาจากคำในภาษาอาหรับว่ายาสมีน ซึ่งมีความหมายว่าของขวัญจากพระเจ้า มีที่มาจากความเชื่อทางศาสนาอิสลามที่ว่า ดอกมะลิเป็นของขวัญที่องค์อัลลอฮ์ พระผู้เป็นเจ้าสูงสุดของศาสนาอิสลามประทานให้แก่โลก ลักษณะเด่นของดอกมะลิ ทั้งสีขาวบริสุทธิ์ และกลิ่นหอมชื่นใจ ก็ดูจะเป็นตัวแทนของความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์ค่ะ
เรื่องราวของดอกมะลิที่ได้นำเสนอไปก็มีเพียงเท่านี้ ต่อไปจะเป็นดอกไม้ชนิดใด ก็โปรดติดตามแล้วกันนะค่ะ


